9 กรกฎาคม 2562 ‘มูน’ไม่ช่วยชาวนาอีสานสุดระทม แล้งวิกฤติรอบ 10 ปี

ที่มา: https://www.naewna.com/local/425106

ชาวนาหลายจังหวัดอีสาน ทั้งเลย ศรีสะเกษ มหาสารคามช้ำหนัก แล้งจัด พายุเข้าแต่ฝนตกไม่เข้าเขื่อน แหล่งต้นน้ำ นาข้าวยืนต้นใกล้ตาย ชี้สาหัสสุดในรอบ 10 ปี แม่ฮ่องสอนฝนถล่มเจอดินสไลด์ น้ำซัดสะพานขาด ผู้เลี้ยงปลาริมโขงขาดทุนระนาว ตลิ่งทรุดลงกระชัง ปลาหายกว่า 3 ตัน หลังสถานการณ์พายุโซนร้อนมูน ที่พัดขึ้นฝั่งประเทศเวียดนามช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา ส่งผลกระทบทำให้หลายพื้นที่ของประเทศไทยมีฝนตกหนักถึงหนักมาก คลื่นลมแรง แต่จนถึงขณะนี้ยังมีหลายจังหวัดต้องเผชิญภัยแล้ง พืชผลทางการเกษตรที่ปลูกไว้กำลังจะแห้งตาย เนื่องจากฝนที่ตกไม่ไหลลงอ่างเก็บน้ำ ทำให้ปริมาณน้ำในอ่างเก็บน้ำแห้งขอด

เลยสาหัสพายุเข้าฝนไม่ตกข้าวแห้งตาย

ชาวบ้านหลายพื้นที่กำลังประสบภาวะแล้งหนัก อย่างที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนโดยเกิดต่อเนื่องมาหลายเดือนแล้ว แม้หลายหน่วยงานคาดว่าจะมีฝนตกในพื้นที่ หลังพายุฝนพาดผ่าน แต่ปรากฏปริมาณฝนที่ตกน้อยมาก หรือไม่ตกเลย ทำให้เกษตรกรเริ่มกังวลว่าจะไม่มีน้ำใช้ในระยะยาว นายสวาท ภักมี เกษตรกรบ้านติ้วน้อย บ้านเลขที่ 75 หมู่ 5 บ้านนาโป่ง เมืองเลย เปิดเผยว่าขณะนี้ฝนทิ้งช่วงมาหลายเดือนแล้ว ที่คาดว่าจะมีฝนตก เพราะเป็นหน้าฝนและช่วงพายุพัดผ่าน แต่พอถึงเวลาก็ไม่มีฝนตกเลย 5-6 วัน ไม่มีน้ำ ฝนไม่ตกลงอ่างหรือในพื้นที่นาเกษตรกรเลย ตนมีนา 3 ไร่ ขณะนี้ฝนทิ้งช่วงนานมาก กอนาข้าวแล้ง ดินแตก ต้นข้าวแกรน คาดว่าอีก 1 สัปดาห์ต้นข้าวคงตายและอาจต้องลงทุนใหม่แน่นอน เรื่องน้ำตอนนี้ต้องรอฝนอย่างเดียว ระบบชลประทาน แม่น้ำที่อยู่ในพื้นที่ แม่น้ำฮวย ก็แล้งเหมือนกัน

สารคามหนักสุดรอบ10ปี-น้ำฝนไม่เข้าเขื่อน

เช่นเดียวกับจังหวัดมหาสารคาม หัวหน้าฝ่ายส่งน้ำและบำรุงรักษาพัฒนาลุ่มน้ำชีตอนกลางเปิดเผยว่าถึงแม้ช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมาประเทศไทยจะได้อิทธิพลจากพายุมูน แต่ในจังหวัดมหาสารคามกลับมีฝนตกลงมาไม่มาก ไม่สามารถช่วยเพิ่มปริมาณน้ำในอ่างเก็บน้ำทั้ง 17 แห่งได้ ทำได้เพียงสร้างความชุ่มชื้นให้นาข้าว ช่วยยืดระยะเวลาต้นข้าวไม่ให้แห้งตายเท่านั้น ที่ท้ายเขื่อนวังยางมีเนินทราย และเนินหินโผล่ขึ้นมาชัดเจนมากกว่าทุกปีที่ผ่านมา ปีนี้ถือว่าสถานการณ์ภัยแล้งรุนแรงที่สุดในรอบ 10 ปี ปัจจุบันเขื่อนวังยางมีน้ำที่ระดับเก็บกัก 135.14 เมตรจากระดับน้ำทะเลปานกลาง จากระดับเก็บกักปกติ 137.00 เมตรจากระดับน้ำทะเลปานกลาง ต่ำกว่าระดับเก็บกักเกือบ 2 เมตร ระดับน้ำท้ายฝายอยู่ที่ 129.38 เมตรจากระดับน้ำทะเลปานกลาง เปิดประตูระบายน้ำ 1 บาน จาก 6 บาน ระบายน้ำผ่านเขื่อน 0.76 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที หรือ 0.06 ล้านลูกบาศก์เมตร (ลบ.ม.) ต่อวัน ปริมาณน้ำอยู่ที่ 18.26 ล้าน ลบ.ม. ระดับน้ำหน้าเขื่อนลดลงจากเมื่อวานนี้ 11 เซนติเมตร โดยระดับน้ำลดลงเฉลี่ยวันละ 5-10 เซนติเมตร เนื่องจากเขื่อนปล่อยน้ำช่วยเกษตรกรตามแผนบริหารจัดการน้ำ บรรเทาความเดือดร้อนจากภัยแล้ง ขณะที่ค่าฝนเฉลี่ยปีนี้ ณ ปัจจุบันอยู่ที่ 291.7 มิลลิเมตร จากค่าเฉลี่ยฝนทั้งปีอยู่ที่ 1,200 มิลลิเมตร

ศรีสะเกษแห้งฝนตกพื้นราบไม่เข้าอ่าง

ที่จ.ศรีสะเกษ ปริมาณน้ำในอ่างเก็บน้ำหรือแหล่งน้ำสำคัญ ใกล้จุดวิกฤติไม่แพ้จังหวัดอื่น ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ถึงแม้จะมีฝนตกต่อเนื่องในพื้นที่ช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา แต่ตกตามพื้นที่ราบ ตามเทือกเขามีตกบ้าง ป่าเขาที่เป็นต้นน้ำลำธารฝนไม่ตก ทำให้ไม่มีน้ำไหลเข้าอ่างเก็บน้ำ ทำให้อ่างหลายแห่งน้ำลดฮวบใกล้แห้งขอด โดยอ่างเก็บน้ำ 16 อ่างหลักของจ.ศรีสะเกษ มีน้ำลดลง เหลือปริมาณน้ำในอ่างรวมกันทั้งหมด เพียง 207 ล้าน ลบ.ม. อ่างเก็บน้ำห้วยตามายอ.กันทรลักษณ์ มีพื้นที่การเกษตรในเขตชลประทานที่รับผิดชอบ 25,000 ไร่ เป็นอ่างใหญ่สุดของอ่างเก็บน้ำทั้ง 16 อ่าง มีน้ำเหลืออยู่เพียง 37 ล้าน ลบ.ม.ชาวบ้านนำวัวควายลงไปเลี้ยงกินหญ้าในอ่างได้ และตอนนี้ฝนเริ่มทิ้งช่วง น้ำในอ่างไม่มีปล่อยไปหล่อเลี้ยงต้นข้าว ชาวนาหวั่นว่าต้นข้าวจะขาดน้ำจนยืนต้นตาย

แม่ฮ่องสอนดินสไลด์-สะพานขาด

ส่วนที่จ.แม่ฮ่องสอน พ.อ.วุฒิ ปฐมเรืองกุล ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 36 เปิดเผยว่า หน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 36 จัดชุดบรรเทาสาธารณภัย เข้าสำรวจความเสียหายในพื้นที่ บ.แม่สามแลบ ม.1 ต.แม่สามแลบ อ.สบเมย จ.แม่ฮ่องสอน หลังช่วงค่ำวันที่ 7 กรกฎาคมที่ผ่านมา เกิดฝนตกหนักจน เกิดดินสไลด์ทับเส้นทางระหว่าง บ.แม่สามแลบ ม.1-บ.กอมูเดอ ม.9 ต.แม่สามแลบ อ.สบเมย นอกจากนี้ สะพานข้ามห้วยแม่สามแลบถูกน้ำป่าในลำห้วยแม่สามแลบไหลทะลักกัดเซาะ จนคอสะพานชำรุด รถยนต์ไม่สามารถสัญจรผ่านไป-มา ได้ เบื้องต้นอบต.แม่สามแลบ กรมทางหลวง และหน่วย นพค.36 พร้อมกำลังพล เข้าช่วยเหลือเพื่อเปิดเส้นทางให้ประชาชนสัญจรไปมาได้

เตือนเฝ้าระวังน้ำป่า

ขณะที่ในอำเภอแม่สะเรียง จังหวัดแม่ฮ่องสอน เกิดเหตุต้นไม้หักโค่นปิดทับเส้นทางถนนหลวงสาย 108 แม่สะเรียง- เชียงใหม่ ห่างจากด่านตรวจก่อนเข้าอำเภอแม่สะเรียง 3 กิโลเมตร เจ้าหน้าที่หมวดการทางแม่สะเรียง ตำรวจทางหลวงแม่สะเรียงได้เคลื่อนย้ายต้นไม้ที่ล้มขวางถนนออกจนเปิดกเส้นทางเดินรถได้ตามปกติ อย่างไรก็ตาม วันเดียวกัน ในหลายพื้นที่ของอ.แม่สะเรียงมีการแจ้งเตือนให้เฝ้าระวังน้ำป่าไหลหลาก ดินโคลนสไลด์ ถ้ายังมีฝนตกต่อเนื่อง

ดินริมโขงสไลด์ทับกระชังปลาสูญ 3 ตัน

มีความเสียหายจากความผันผวนของน้ำในแม่น้ำโขง พื้นที่จังหวัดนครพนมส่งผลกระทบต่อเกษตรกรที่เลี้ยงปลากระชัง ตั้งแต่บ้านท่าควาย เขตเทศบาลเมืองนครพนม ถึงบ้านห้อม หมู่ 1 ตำบลอาจสามารถ ไม่น้อยกว่า 100 กระชัง โดยเฉพาะช่วงต้นเดือนกรกฎาคม มีพายุเข้าถล่ม ทำให้ดินริมแม่น้ำโขง สไลด์พังทับกระชังปลาของเกษตรกรเสียหายจำนวนมาก และมีปลากระชังไหลไปกับสายน้ำโขงรวมแล้วเกือบ 3 ตัน สูญเงินกว่า 2 แสนบาท นางประดิษฐ์ นรากรเกียรติ อายุ 61 ปี เกษตรกรเลี้ยงปลากระชัง บ้านห้อม หมู่ 1 ตำบลอาจสามารถเผยว่า แม่น้ำโขงผันผวนมากที่สุดในรอบ 10 ปี น้ำสูงจนเกือบล้นตลิ่ง แต่ปีนี้กลับมีระดับน้ำต่ำกว่าทุกปี ส่งผลกระทบต่ออาชีพเลี้ยงปลากระชัง เนื่องจากระดับน้ำเปลี่ยนแปลงบ่อย ทำให้ปลากระชังเลี้ยงยาก ไม่ค่อยกินอาหาร บางกระชังมีปลาตาย แต่ที่สาหัสสุดคือ ดินตลิ่งแม่น้ำโขง ซึ่งเป็นดินตะกอน ที่ไหลมาทับถมช่วงน้ำโขงสูงเมื่อปี 2561 เกิดปัญหาดินสไลด์พังเป็นแนวยาว เพราะฝนที่ตกหนักทำให้ดินริมตลิ่งอุ้มน้ำไม่ไหว แล้วทรุดลงแม่น้ำโขง บางจุดไหลทับกระชังปลาเสียหายมากกว่า 10 กระชัง ทำให้ผู้เลี้ยงขาดทุนหนัก

กรมการข้าวแนะวิธีทำนาประหยัดน้ำ

ด้านอธิบดีกรมการข้าวเปิดเผยว่าจากข้อมูลของสถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำ (สสน.) เตือนเกษตรกรเตรียมรับมือภาวะฝนทิ้งช่วง ซึ่งคาดว่าจะเริ่มตั้งแต่วันที่ 10 กรกฎาคมไปจนถึงเดือนกันยายน จึงจำเป็นต้องวางแผนบริหารจัดการน้ำในเขื่อนหลักที่มีปริมาณน้ำไม่ถึงร้อยละ 30 ให้มีประสิทธิภาพ โดยปลายปี 2562 ถึงต้นปี 2563 อาจเกิดวิกฤตภัยแล้งได้ จึงขอให้ชาวนา และเกษตรกรบริหารจัดการน้ำที่มีอยู่อย่างจำกัดให้เพียงพอต่อการอุปโภค/บริโภค รวมถึงการทำนา อย่างไรก็ตามในช่วงที่ฝนทิ้งช่วง กรมการข้าว เตรียมนำงานวิจัย จัดการน้ำแบบเปียกสลับแห้งในการทำนามาเสนอเป็นทางเลือกให้ชาวนา เพราะพบว่าสามารถช่วยประหยัดน้ำได้ถึงร้อยละ 30-50 ขึ้นอยู่กับชนิดของดินและสภาพอากาศแต่ละพื้นที่ ซึ่งการทำนาแบบให้น้ำขังตลอดฤดูปลูก ซึ่งเป็นวิธีปกติของชาวนาทั่วไปต้องใช้น้ำประมาณ 1,200 ลบ.ม./ไร่/ฤดู อีกทั้ง ยังช่วยลดต้นทุนค่าน้ำมันเชื้อเพลิงสูบน้ำได้ร้อยละ 30 นอกจากนี้ในสภาพดินแห้ง รากข้าวได้รับอากาศสามารถแตกรากข้าวใหม่มากขึ้น เพิ่มประสิทธิภาพการดูดซับธาตุอาหารได้ดี ต้นข้าวแข็งแรงขึ้น ทนต่อโรคและแมลงศัตรูข้าวได้ดี เป็นผลให้ลดการใช้ปุ๋ยและสารเคมีป้องกันกำจัดศัตรูข้าวอีกทางหนึ่ง